วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

นโยบายประชานิยมคือเงินของแผ่นดิน

จัดทำโดย นางสาววรภรณ์ ศรีนิล เลขทะเบียน 48210191

นโยบายประชานิยมคือเงินของแผ่นดิน

ส่องกล้องเศรษฐกิจ : ดร.อาภรณ์ ชีวะเกรียงไกร กรุงเทพธุรกิจ วันพฤหัสบดีที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551
นับตั้งแต่สมัยรัฐบาล พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา มีโครงการที่สำคัญๆ ได้แก่ คือ โครงการกองทุนหมู่บ้าน 30 บาทรักษาทุกโรค โครงการพักหนี้ประชาชน ธนาคารประชาชน ตลอดจนโครงการเอื้ออาทรสารพัด ที่เป็นการอัดฉีดเม็ดเงินตรงเข้าสู่พื้นที่ชนบทอย่างกว้างขวาง ซึ่งทุกคนที่ได้รับเงินไปก็ย่อมจะมีความนิยมชมชอบ โดยเฉพาะผู้นำอย่างกว้างในระดับท้องถิ่น ที่สามารถเข้าถึงหรือได้รับประโยชน์โดยตรงจากเงินดังกล่าว ซึ่งคงจะจำกันได้ ว่า พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ในขณะนั้น ได้ประกาศว่าจะทำให้ความยากจนหมดไปจากประเทศไทยภายใน 5 ปี

แต่ภายหลังที่ได้มีการส่งเงินกองทุนหมู่บ้านจำนวนเกือบ 80,000 ล้านบาท ลงไปในปี 2544 ปีถัดมาก็ได้มีโครงการเอสเอ็มแอล คือ การจัดสรรเงินให้หมู่บ้านตามขนาดของหมู่บ้าน และเป็นการที่ส่งเงินตรงให้หมู่บ้านเป็นการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง เงินงบประมาณที่ใช้จ่ายลงไปในระยะเวลาที่ผ่านมา ได้ช่วยแก้ไขปัญหาความยากจนให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทยได้จริงหรือไม่ ทุกคนก็คงรู้ดีว่าความยากจนหมดจากประเทศไทยหรือยัง แต่ที่เห็น ก็คือ ในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีภาพนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิธีโอนเงินโครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้านและชุมชน หรือ SML (เอสเอ็มแอล) ตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้กับหมู่บ้านและชุมชนทั่วประเทศ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 ครั้งที่ 1/2551 จำนวน 27,699 หมู่บ้าน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 6,543.35 ล้านบาท โดยคาดว่าทั้งปีก็คงจะใช้งบประมาณจำนวนเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี และเงินดังกล่าวน่าจะผูกพันต่อเนื่องไป เพราะประชาชนก็มีความคาดหวังว่าเป็นเงินที่จะได้จากรัฐบาลในทุกๆ ปี ซึ่งเงินดังกล่าวควรที่จะนำไปใช้ในการเพิ่มศักยภาพของประชาชนและชุมชนมากกว่าที่จะเป็นเงินที่ใช้บริโภคแล้วหมดไป และในแต่ละปีประชาชนก็จะคอยรอรับเงินตลอดไป

หากจะพิจารณาถึงความสำเร็จของโครงการประชานิยมนั้น ก็คงเห็นเงินสะพัดที่ชาวบ้านรู้สึกว่ามีเงินใช้จ่ายคล่องมือ แต่สิ่งที่เป็นรูปธรรม คือ หนี้สินของประชาชนโดยรวมเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่าในปี 2550 หนี้สินของครัวเรือนอยู่ที่เฉลี่ย 116,681 บาทต่อครัวเรือน เพิ่มขึ้นจากระดับ 82,485 บาทต่อครัวเรือน ในปี พ.ศ. 2545 และเป็นการเพิ่มเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับหนี้ต่อครัวเรือนอยู่ที่ 68,405 บาท ในปี 2543 และเมื่อพิจารณาถึงพฤติกรรมการใช้จ่ายของครัวเรือนไทยแล้ว คาดว่าแนวโน้มของหนี้สินจะยังเพิ่มขึ้นไปอีก

ล่าสุด คือ มาตรการของภาครัฐในการรับมือกับวิกฤติการเงินโลก ที่ส่งผลกระทบผ่านมายังประเทศไทย ที่คาดกันว่าเศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะซบเซาที่หน่วยงานภาคเอกชนคาดกันว่าในปีหน้านี้ เศรษฐกิจไทยอาจจะเติบโตในอัตราต่ำกว่าร้อยละ 3 ได้ ในขณะที่หน่วยงานภาครัฐยังคาดการณ์ว่า จะขยายตัวได้ประมาณร้อยละ 3.8 มาตรการที่เห็นปรากฏผ่านสื่อ คือ การที่จะขอจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมกลางปีอีกจำนวน 100,000 ล้านบาท ซึ่งเงินดังกล่าวสมควรที่จะเพิ่มศักยภาพของธุรกิจเอกชนและประชาชน อาทิเช่น สนับสนุนการเพิ่มการลงทุนในเครื่องมือเครื่องจักร หรือการปรับปรุงสายงานการผลิต หรือพัฒนาระบบโลจิสติกส์ในการลดต้นทุนในการบริหารค่าขนส่งของการจัดการสินค้า หรือการพัฒนาศักยภาพของคนงาน เป็นต้น

แต่ข่าวที่ได้ยินผ่านสื่อ ก็คือ การที่จะใช้เงินดังกล่าวไปปรับขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการร้อยละ 6 รวมไปถึงการปรับเพิ่มเงิน ให้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน และ อบต. ซึ่งเป็นนักการเมืองในระดับท้องถิ่นแล้วก็มีความรู้สึกเป็นห่วง ถึงนโยบายที่จะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจ ที่มุ่งเน้นการปรับเพิ่มเงินเดือน ทำให้ถูกมองได้ว่าการปรับขึ้นเงินเดือนในช่วงระยะเวลานี้ เพื่อต้องการหาคะแนนเสียงเตรียมการเลือกตั้ง
การปรับเพิ่มเงินเดือนในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ ก็คงจะต้องคำนึงถึงปัจจัยดังต่อไปนี้ 1. การสร้างภาระผูกพันต่องบประมาณในปีต่อๆ ไป ที่หมวดของเงินเดือนและค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นทุกปีที่ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 40 ของงบประมาณจะเป็นค่าใช้จ่ายหมวดเงินเดือน จนในแต่ละปีไม่เหลือเงินสำหรับเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่งบประมาณที่จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และการขาดดุลงบประมาณจะเกินเพดานที่จะก่อหนี้ได้ 2. การปรับเพิ่มเงินเดือน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ เหมือนกับภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลเองมุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน


เงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน จึงควรที่จะใช้เพื่อประโยชน์สุขและความเจริญของประชาชน มากกว่าเป็นแหล่งแสวงหาผลประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ที่มา :
http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q4/2008november13p1.htm

คำถาม

1. เงินงบประมาณแผ่นดินมาจากที่ใด ?
2. การปรับเพิ่มเงินเดือนในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำเป็นสิ่งที่เหมาะสมหรือไม่ จะต้องคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง ?
3. รูปธรรมของนโยบายประชานิยมคือ ?

4 ความคิดเห็น:

utccbx007G4 กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
utccbx007G4 กล่าวว่า...

ตอบ
1เงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน

2จะเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
1การสร้างภาระผูกพันต่องบประมาณในปีต่อๆ ไป ที่หมวดของเงินเดือนและค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นทุกปีที่ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 40 ของงบประมาณจะเป็นค่าใช้จ่ายหมวดเงินเดือน จนในแต่ละปีไม่เหลือเงินสำหรับเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่งบประมาณที่จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และการขาดดุลงบประมาณจะเกินเพดานที่จะก่อหนี้ได้
2.การปรับเพิ่มเงินเดือน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ เหมือนกับภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลเองมุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน

3หนี้สินของประชาชนโดยรวมเพิ่มมากขึ้น

โดย น.กรรณิกา ยิ้มใหญ่ 4901202088

251utccbx007g8 กล่าวว่า...

1. เงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน

2. จะเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
2.1 การสร้างภาระผูกพันต่องบประมาณในปีต่อๆ ไป ที่หมวดของเงินเดือนและค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นทุกปีที่ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 40 ของงบประมาณจะเป็นค่าใช้จ่ายหมวดเงินเดือน จนในแต่ละปีไม่เหลือเงินสำหรับเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่งบประมาณที่จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และการขาดดุลงบประมาณจะเกินเพดานที่จะก่อหนี้ได้
2.2 การปรับเพิ่มเงินเดือน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ เหมือนกับภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลเองมุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน

3. หนี้สินของประชาชนโดยรวมเพิ่มมากขึ้น

นางสาวนภากร ไตรัตน์วรวุฒิ
48210128

251utccbx007g10 กล่าวว่า...

1เงินงบประมาณแผ่นดินมาจากภาษีของประชาชน

2จะเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้
1การสร้างภาระผูกพันต่องบประมาณในปีต่อๆ ไป ที่หมวดของเงินเดือนและค่าจ้างจะเพิ่มขึ้นทุกปีที่ในปัจจุบันประมาณร้อยละ 40 ของงบประมาณจะเป็นค่าใช้จ่ายหมวดเงินเดือน จนในแต่ละปีไม่เหลือเงินสำหรับเพื่อการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่งบประมาณที่จะจัดเก็บได้ต่ำกว่าเป้าหมาย และการขาดดุลงบประมาณจะเกินเพดานที่จะก่อหนี้ได้
2.การปรับเพิ่มเงินเดือน ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้องหรือไม่ เหมือนกับภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี แต่รัฐบาลเองมุ่งเน้นกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน

3หนี้สินของประชาชนโดยรวมเพิ่มมากขึ้น


นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375