จัดทำโดย นางสาวกมลพรรณ ฤทธิเลิศ 48210193
การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
วิกฤตการณ์ในปัจจุบันสร้างความเครียดให้กับประชาชนคนไทยกันพอสมควรนะครับ นี่ยังไม่นับวิกฤติทางเศรษฐกิจและการเงินของโลกอีก ผลกระทบทั้งจากวิกฤติทางการเมืองและทางการเงิน ส่งผลกระทบในวงกว้าง ทั้งองค์กรภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา ประชาชนทั่วไป ต่างได้รับผลจากวิกฤติที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น ถ้ามองในเชิงวิชาการวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ ทำให้บรรดานักวิชาการและผู้บริหารองค์กรต่างๆ หันมาให้ความสนใจกับแนวคิดทางด้านการจัดการอีกประการหนึ่ง ที่เราไม่ค่อยได้พูดถึงกันเท่าไรนะครับ นั่นคือ เรื่องของ การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ หรือ Crisis Management
ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา องค์กรในเมืองไทยทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ต่างหันมาให้ความสนใจและความสำคัญกับเรื่องของการบริหารความเสี่ยง หรือ Risk Management แต่ส่วนใหญ่แล้วก็จะมองว่าการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น แต่เรื่องของ Crisis Management นั้น จะเป็นเรื่องของการบริหารเมื่อเกิดวิกฤติแล้ว โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะลดผลกระทบหรือระดับความรุนแรงที่เกิดขึ้นจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น
สำหรับสถานการณ์บ้านเมืองไทยในปัจจุบันการบริหารความเสี่ยงดูเหมือนจะไม่พอแล้วนะครับ องค์กรต่างๆ คงต้องหันมาใช้เรื่องของการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติมากกว่าครับ เชื่อว่าหลังจากนี้องค์กรหลายๆ แห่งอาจจะเริ่มคิดถึงแผนการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ หรือ Crisis Management Plan กันมากขึ้น หรือถึงแม้จะไม่ได้มีการจัดทำแผนบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติอย่างเป็นรูปธรรม แต่เชื่อว่าผู้บริหารคงจะเริ่มคำนึงถึงแนวทางในการบริหารเมื่อเกิดวิกฤติกันมากขึ้น แต่สำหรับสถานการณ์ในปัจจุบันเชื่อว่าแผนบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้นคงจะไม่จำเป็นแล้วหรอกครับ องค์กรต่างๆ คงจะต้องหันมาบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติกันแบบสดๆ ไม่ต้องมีแผนกันแล้วครับ
เรามาลองดูกันนะครับว่า เมื่อเกิดภาวะวิกฤติเกิดขึ้นแล้ว ผู้บริหารองค์กรต่างๆ ควรจะมีแนวทางในการบริหารจัดการอย่างไร (ไม่ทราบว่าจะช้าเกินไปหรือเปล่านะครับ) เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นมาสิ่งแรกที่องค์กรต้องประเมินผลกระทบของวิกฤติต่อบรรดาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหลาย หรือ Stakeholders ครับ เนื่องจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อ Stakeholder ในกลุ่มต่างๆ และองค์กรควรจะประเมินว่า Stakeholder กลุ่มไหนที่จะได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นมากที่สุด โดยไม่จำเป็นว่า Stakeholder หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกกลุ่มจะได้รับผลกระทบเท่ากัน แต่องค์กรจะต้องหาให้ได้ครับว่ากลุ่มไหน คือ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญขององค์กร
เมื่อหากลุ่มผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรที่สำคัญได้แล้ว แนวทางต่อไปในการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติก็หนีไม่พ้นเรื่องของการสื่อสารครับ โดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญข้างต้นนั้น ควรจะได้รับทราบและรับรู้ถึงปัญหา วิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรจากผู้บริหารหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรโดยตรง ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ ไม่ควรจะได้รับทราบหรือรับรู้ถึงปัญหาวิกฤติที่เกิดขึ้นจากบุคคลอื่น ซึ่งอาจจะทำให้ข้อมูลข่าวสารต่างๆ บิดเบือนไปได้
การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้น มีองค์ประกอบหลักๆ อยู่สามเรื่องครับ เรื่องแรก คือ ในระดับปฏิบัติการหรือระดับดำเนินงานที่ต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรียบร้อย เรื่องที่สอง คือ ระดับการบริหารที่จะต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากรไป เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติที่เกิดขึ้น และ เรื่องที่สาม คือ เรื่องของการสื่อสาร ที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
ภาวะวิกฤติที่เกิดขึ้นกับองค์กรต่างๆ ของเมืองไทยในเวลานี้ เชื่อว่าในองค์ประกอบที่หนึ่งนั้นได้มีความพยายามในการดำเนินการไปแล้วพอสมควร โดยทุกๆ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามที่จะควบคุม หรือลดระดับของความรุนแรงของความเสียหายให้อยู่ในระดับที่น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ แต่ในระดับบริหารนั้นก็ยังมีคำถามอยู่เหมือนกันนะครับว่า บรรดาผู้บริหารต่างๆ ไม่ว่าในระดับประเทศหรือระดับองค์กร ได้ทำการตัดสินใจที่สำคัญและจัดสรรทรัพยากรไปเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติหรือยัง และที่สำคัญสุดและยังไม่เห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนเท่าใด คือ เรื่องของการสื่อสารครับ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ต่างๆ ให้กลับคืนมาอีกครั้งถือเป็นเรื่องสำคัญมากทั้งในระดับประเทศและระดับองค์กร อยากจะฝากผู้รับผิดชอบในระดับต่างๆ ให้คำนึงถึงเรื่องของการสื่อสารในภาวะวิกฤตินะครับ เมื่อวิกฤตการณ์ต่างๆ ผ่านพ้นไป คงจะถึงเวลาที่ทุกคนและทุกระดับต้องหันมาฟื้นฟูประเทศและองค์กรจากวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น และ หนึ่งในนั้นที่คงต้องเร่งทำ คือ เรื่องของการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์นะครับ สังเกตได้จากกรณีของวิกฤตการณ์ต่างๆ ในทางธุรกิจไม่ว่าจะเป็นกรณีของ Tylenol หรือ Mattel หรือ Ford หรือ Exxon ที่เมื่อเกิดวิกฤติขึ้นมาแล้ว ผู้บริหารสูงสุดเหล่านั้นต่างใช้กลยุทธ์ในเรื่องของการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์อย่างหนัก เพื่อกู้ภาพลักษณ์ของบริษัทขึ้นมา
ที่มา : http://www.nidambe11.net/ekonomiz/2008q4/2008december02p3.htm
คำถาม
1. Crisis Management คืออะไร?
2. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
3. ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง?
วันพุธที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2551
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
5 ความคิดเห็น:
คำตอบคือ
1.Crisis Management คือการบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
2.การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้น มีองค์ประกอบหลักๆ อยู่สามเรื่อง เรื่องแรก คือ ในระดับปฏิบัติการหรือระดับดำเนินงานที่ต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรียบร้อย เรื่องที่สอง คือ ระดับการบริหารที่จะต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากรไป เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติที่เกิดขึ้น และ เรื่องที่สาม คือ เรื่องของการสื่อสาร ที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
3.ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นายวศิน ลี้หลบพาล
เลขทะเบียน 4901108388
1. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
2. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้น มีองค์ประกอบหลักๆ อยู่สามเรื่อง เรื่องแรก คือ ในระดับปฏิบัติการหรือระดับดำเนินงานที่ต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรียบร้อย เรื่องที่สอง คือ ระดับการบริหารที่จะต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากรไป เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติที่เกิดขึ้น และ เรื่องที่สาม คือ เรื่องของการสื่อสาร ที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
3. ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นางสาวนภากร ไตรรัตน์วรวุฒิ
48210128
1. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
2. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ มีองค์ประกอบหลัก 3ประการ คือ
(1)ระดับปฏิบัติการหรือ ระดับการดำเนินงาน ที่ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรีบยร้อย
(2)ระดับการบริหาร ต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากร เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติ่เกิดขึ้น
(3)การสื่อสารที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
3.ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นางสาวลดาวัลย์ พองาม
เลขทะเบียน 48210277
1. Crisis Management คืออะไร?
ตอบ การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
2. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤตินั้น มีองค์ประกอบอะไรบ้าง?
ตอบ มีองค์ประกอบหลักๆ อยู่สามเรื่อง เรื่องแรก คือ ในระดับปฏิบัติการหรือระดับดำเนินงานที่ต้องพยายามทุกวิถีทาง ที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรียบร้อย เรื่องที่สอง คือ ระดับการบริหารที่จะต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากรไป เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติที่เกิดขึ้น และ เรื่องที่สาม คือ เรื่องของการสื่อสาร ที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
3. ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง?
ตอบ เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นางสาว พรรัตน์ ผ่องเคหา
48210154
1. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ
2. การบริหารภายใต้ภาวะวิกฤติ มีองค์ประกอบหลัก 3ประการ คือ
(1)ระดับปฏิบัติการหรือ ระดับการดำเนินงาน ที่ต้องพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้องค์กรสามารถดำเนินการไปได้อย่างปกติเรีบยร้อย
(2)ระดับการบริหาร ต้องมีการตัดสินใจที่สำคัญและการจัดสรรทรัพยากร เพื่อแก้ไขปัญหาหรือวิกฤติ่เกิดขึ้น
(3)การสื่อสารที่จะต้องมีการสื่อสารให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่สำคัญ
3.ทำไมกิจการส่วนใหญ่ถึงให้ความสำคัญต่อการบริหารความเสี่ยง เพราะการบริหารความเสี่ยงเป็นการจัดการ และป้องกันถึงปัญหาที่จะเกิดขึ้น
นางสาวพัชราภรณ์ ตั้งมนัสสุขุม
เลขทะเบียน 48210375
แสดงความคิดเห็น